มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “สร้างคอนเทนต์ปัง สร้างอาชีพด้วย AI 2026” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การตลาดออนไลน์ และการสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง โดยมีเยาวชนเข้าร่วมอบรมกว่า 60 คน ณ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จังหวัดร้อยเอ็ด ภายในหลักสูตร ผู้อบรมได้เรียนรู้การใช้ AI เพื่อสร้างภาพและวิดีโอ การวางแผนและผลิตคอนเทนต์สำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ เทคนิคการสร้างยอดขายผ่าน TikTok รวมถึงการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ และทดลองไลฟ์สด ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากทีมผู้เชี่ยวชาญของโกลบอลเฮ้าส์ เพื่อเสริมสร้างทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกการทำงานในยุคดิจิทัล ซึ่งน้องๆ สามารถนำทักษะไปใช้งานจริงได้ทันที และได้รับโอกาสจากบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในการสมัครงานด้วย ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมให้ผู้อบรมได้ร่วมพัฒนาทั้งทักษะ Hard Skills และ Soft Skills ควบคู่กับการสร้าง Self-Awareness หรือการรู้จักและเข้าใจศักยภาพของตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกพัฒนาทักษะต่อยอดความสามารถ
บางครั้ง จุดเปลี่ยนของชีวิต เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “เราเป็นใคร” “เด็กหนุ่มสองคนจากต่างจังหวัด ต่างเติบโตมาท่ามกลางข้อจำกัดของชีวิตและต่างเคยตั้งคำถามเดียวกันว่า “อนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร” คนหนึ่งเคยกังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อหลังจบชั้นมัธยมต้น ขณะที่อีกคนยังไม่รู้ว่าความฝันของตัวเองคืออะไรจนกระทั่งวันหนึ่งได้พบกับแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต วันนี้ “นัท” จักรกฤษ บุญมี ได้เข้าสู่วิชาชีพสถาปนิกอย่างเต็มตัว ส่วน “ดีน” ซอลาฮูดดีน ต่วนลอเซ็ง กำลังทำงานในตำแหน่ง Aircraft Mechanic 3 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งสองคนคือรุ่นพี่นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจีที่กลับมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตให้กับรุ่นน้องในกิจกรรม “ติดอาวุธโค้งสุดท้าย” เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง แม้เส้นทางชีวิตจะแตกต่างกัน แต่บทเรียนสำคัญที่ทั้งคู่ส่งต่อกลับเหมือนกัน นั่นคือ “การรู้จักตัวเอง” หรือ Self-Awareness เมื่อรู้จักตัวเอง เราจะมองเห็นเส้นทางที่เหมาะกับเรา สำหรับนัท เส้นทางสู่การเป็นสถาปนิกไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม แต่เริ่มต้นจากความยากลำบาก นัทเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนในจังหวัดสระบุรี บ้านที่ทรุดโทรม คุณยายเป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของครอบครัว ขณะที่สมาชิกในบ้านหลายคนต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก จนมีช่วงเวลาหนึ่งที่คุณยายไม่สามารถส่งเสียให้เรียนต่อได้ ความกลัวว่าจะต้องหยุดเรียน ทำให้นัทนั่งร้องไห้อยู่ในโรงเรียน เพราะไม่อยากปล่อยให้ความฝันของตัวเองจบลงเพียงแค่ชั้นมัธยมต้น ก่อนที่โอกาสจากทุนการศึกษาของมูลนิธิเอสซีจีจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของนัท ที่จะค้นหาว่า “ตัวเองอยากเป็นใคร” และ “อยากเดินไปทางไหน” จากความชอบ ความถนัดด้านศิลปะ การออกแบบ
มูลนิธิเอสซีจี นำโดย คุณชุติพันธ์ เสริมสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ มอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 จำนวน 9 ทุน แก่บุตรผู้บำเพ็ญประโยชน์ เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่บุตรหลานของสื่อมวลชน พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวของผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคม ผ่านการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาที่จะช่วยสร้างอนาคตและการเติบโตอย่างยั่งยืน ทุนการศึกษาดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของมูลนิธิเอสซีจีในการสนับสนุนการศึกษา ในฐานะรากฐานสำคัญของชีวิต และเชื่อมั่นว่า “โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในระยะยาว เบื้องหลังข่าวสารที่เกิดขึ้นในทุกวัน คือความทุ่มเทของผู้ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชนด้วยความรับผิดชอบและจริยธรรม มูลนิธิเอสซีจีจึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและตอบแทนคุณค่าของผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ผ่านการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของสื่อมวลชนมูลนิธิเอสซีจีมุ่งหวังว่า ทุนการศึกษานี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญ ที่ช่วยเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ เสริมสร้างศักยภาพ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่เยาวชนต่อไป
ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง เด็กและเยาวชนจำนวนมากกำลังเติบโตท่ามกลางแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทั้งจากความคาดหวังทางการเรียน สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงความไม่แน่นอนของอนาคต ซึ่งหลายครั้งพวกเขาต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้เพียงลำพังโดยไม่ทันรู้ตัว “หนูไม่ได้เก่งที่สุด แต่หนูเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น” ประโยคเรียบง่ายจาก “พัช” หรือ พัชริดา ศรีมานะสกุล นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี สาขาเทคโนโลยีเครื่องนุ่งห่ม วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม จังหวัดราชบุรี สะท้อนหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคนี้ได้อย่างชัดเจน พัชเติบโตมาภายใต้ข้อจำกัดของครอบครัว พ่อแม่แยกทาง และแม่ต้องดูแลลูกถึง 4 คนเพียงลำพัง ความท้าทายทางเศรษฐกิจกลายเป็นแรงกดดันตั้งแต่วัยเด็ก แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งเหล่านี้กลับทำให้เธอเริ่มมองเห็นตัวเองชัดขึ้น จากความสนใจด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า พัฒนาเป็นทักษะ และต่อยอดสู่เส้นทางที่เลือกเดินอย่างจริงจัง ความเข้าใจในตัวเองกลายเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้พัชฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติ ครั้งที่ 34 ด้านการออกแบบและตัดเย็บผ้าพื้นเมือง ประจำปี 2569 ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรู้ว่าตนเองมีคุณค่าในแบบใด และจะนำศักยภาพนั้นไปสร้างอนาคตอย่างไร เรื่องราวของพัชไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จเฉพาะบุคคล แต่ยังสะท้อนภาพของเยาวชนจำนวนมากในสังคมที่ต้องเติบโตท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาระค่าใช้จ่าย ความคาดหวังจากครอบครัว หรือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปี 2568 ระบุว่า วัยรุ่นไทยอายุ 15–19 ปี กว่า 30,000 คน
เงินที่รับบริจาคสะพานบุญ สะพานใจ ด้านการศึกษาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้โอกาสเยาวชน โดยได้มอบทุนผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยทันตแพทย์ จำนวน 28 ทุน ทุนละ 25,000 บาท รวมมูลค่าทุนทั้งสิ้น 700,000 บาท
การอยู่ร่วมกันในสังคมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทองมากมาย เพียงแต่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอายุเพียง 15 ปี แต่มีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ใหญ่เกินตัว น้องมีพ่อ อายุ 50 ปีเป็นผู้ป่วยติดเตียง และมีย่า อายุ 70 ปีที่สุขภาพไม่แข็งแรงมีโรคประจำตัวรุมเร้าหลายโรคที่ต้องดูแล ทำให้น้องเป็นคนเดียวในบ้านที่สามารถออกไปทำงานได้จึงจำเป็นต้องรับหน้าที่เป็นเสาหลักในการหารายได้มาจุนเจือครอบครัว
นักกิจกรรมบำบัด ขจัดทุกข์ เติมเต็มความสุขให้ผู้ป่วย อาชีพใหม่ที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลน
มีชีวิตที่ดีในวันนี้ เพราะเลือกเรียนอาชีวะ
ถ้าเราไม่เคยเรียนรู้กับความผิดพลาดและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราก็จะไม่รู้จักกับคำว่าพัฒนาอันนำไปสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ