มูลนิธิเอสซีจี นำโดย คุณชุติพันธ์ เสริมสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ มอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 จำนวน 9 ทุน แก่บุตรผู้บำเพ็ญประโยชน์ เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่บุตรหลานของสื่อมวลชน พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวของผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคม ผ่านการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาที่จะช่วยสร้างอนาคตและการเติบโตอย่างยั่งยืน ทุนการศึกษาดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของมูลนิธิเอสซีจีในการสนับสนุนการศึกษา ในฐานะรากฐานสำคัญของชีวิต และเชื่อมั่นว่า “โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในระยะยาว เบื้องหลังข่าวสารที่เกิดขึ้นในทุกวัน คือความทุ่มเทของผู้ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชนด้วยความรับผิดชอบและจริยธรรม มูลนิธิเอสซีจีจึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและตอบแทนคุณค่าของผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ผ่านการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของสื่อมวลชนมูลนิธิเอสซีจีมุ่งหวังว่า ทุนการศึกษานี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญ ที่ช่วยเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ เสริมสร้างศักยภาพ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่เยาวชนต่อไป
ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง เด็กและเยาวชนจำนวนมากกำลังเติบโตท่ามกลางแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทั้งจากความคาดหวังทางการเรียน สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงความไม่แน่นอนของอนาคต ซึ่งหลายครั้งพวกเขาต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้เพียงลำพังโดยไม่ทันรู้ตัว “หนูไม่ได้เก่งที่สุด แต่หนูเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น” ประโยคเรียบง่ายจาก “พัช” หรือ พัชริดา ศรีมานะสกุล นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี สาขาเทคโนโลยีเครื่องนุ่งห่ม วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม จังหวัดราชบุรี สะท้อนหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคนี้ได้อย่างชัดเจน พัชเติบโตมาภายใต้ข้อจำกัดของครอบครัว พ่อแม่แยกทาง และแม่ต้องดูแลลูกถึง 4 คนเพียงลำพัง ความท้าทายทางเศรษฐกิจกลายเป็นแรงกดดันตั้งแต่วัยเด็ก แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งเหล่านี้กลับทำให้เธอเริ่มมองเห็นตัวเองชัดขึ้น จากความสนใจด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า พัฒนาเป็นทักษะ และต่อยอดสู่เส้นทางที่เลือกเดินอย่างจริงจัง ความเข้าใจในตัวเองกลายเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้พัชฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติ ครั้งที่ 34 ด้านการออกแบบและตัดเย็บผ้าพื้นเมือง ประจำปี 2569 ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรู้ว่าตนเองมีคุณค่าในแบบใด และจะนำศักยภาพนั้นไปสร้างอนาคตอย่างไร เรื่องราวของพัชไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จเฉพาะบุคคล แต่ยังสะท้อนภาพของเยาวชนจำนวนมากในสังคมที่ต้องเติบโตท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาระค่าใช้จ่าย ความคาดหวังจากครอบครัว หรือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปี 2568 ระบุว่า วัยรุ่นไทยอายุ 15–19 ปี กว่า 30,000 คน
เงินที่รับบริจาคสะพานบุญ สะพานใจ ด้านการศึกษาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการให้โอกาสเยาวชน โดยได้มอบทุนผู้ช่วยพยาบาล และผู้ช่วยทันตแพทย์ จำนวน 28 ทุน ทุนละ 25,000 บาท รวมมูลค่าทุนทั้งสิ้น 700,000 บาท
การอยู่ร่วมกันในสังคมจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยความมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้องใช้เงินทองมากมาย เพียงแต่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งอายุเพียง 15 ปี แต่มีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบที่ใหญ่เกินตัว น้องมีพ่อ อายุ 50 ปีเป็นผู้ป่วยติดเตียง และมีย่า อายุ 70 ปีที่สุขภาพไม่แข็งแรงมีโรคประจำตัวรุมเร้าหลายโรคที่ต้องดูแล ทำให้น้องเป็นคนเดียวในบ้านที่สามารถออกไปทำงานได้จึงจำเป็นต้องรับหน้าที่เป็นเสาหลักในการหารายได้มาจุนเจือครอบครัว
นักกิจกรรมบำบัด ขจัดทุกข์ เติมเต็มความสุขให้ผู้ป่วย อาชีพใหม่ที่ประเทศไทยกำลังขาดแคลน
มีชีวิตที่ดีในวันนี้ เพราะเลือกเรียนอาชีวะ
ถ้าเราไม่เคยเรียนรู้กับความผิดพลาดและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เราก็จะไม่รู้จักกับคำว่าพัฒนาอันนำไปสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ
“ลองลงมือทำดูก่อนค่ะ ทุกคนทำอาหารได้ แต่ทุกคนไม่ได้ทำอาหารอร่อย เพราะฉะนั้นการทำบ่อยๆ พัฒนาตัวเอง จะทำให้อาหารอร่อยขึ้น ตัวพลอยเองต้นทุนไมได้เยอะ แต่ว่าเราก็ทำไปแล้วก็พัฒนาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น มันจะให้ผลลัพธ์สุดท้ายมันดีแน่นอน ถ้าสุดท้ายแล้วเราไม่ท้อ
มองสิ่งที่ตัวเองมีแล้วนำไปพัฒนาต่อ สิ่งนั้นจะทำให้เรามีความรู้เกี่ยวกับมันมากขึ้น เราอาจจะรักมันโดยไม่รู้ตัว แล้วทำมันได้ดี และประสบความสำเร็จได้