Skip to content

“น้องภู” ต้นกล้าชุมชน ผู้สร้างโอกาสให้คนไร้บ้าน เปลี่ยนจากผู้ถูกมองข้ามสู่แรงงานที่มีคุณค่า คว้ารางวัล The Diana Award 2026 จากผลงานสร้างโอกาสทางอาชีพและการจ้างงานอย่างเท่าเทียม

ณตะวัน พงษ์เดชาตระกูล หรือ “น้องภู” เยาวชนจากจังหวัดขอนแก่น สมาชิกเครือข่ายต้นกล้าชุมชน รุ่นที่ 7 ของมูลนิธิเอสซีจี ได้รับรางวัล The Diana Award 2026 รางวัลระดับนานาชาติที่ยกย่องเยาวชนผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคม เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ที่เชื่อมั่นในพลังของเยาวชนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลก รางวัลนี้มอบให้แก่เยาวชนที่ลงมือทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายสามารถเริ่มต้นได้จากคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นปัญหาและเลือกลงมือแก้ไข

จากเยาวชนที่มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงสังคม สู่ รางวัลระดับโลก

ณตะวัน เป็นหนึ่งในเยาวชน ของโครงการต้นกล้าชุมชน โดยมูลนิธิเอสซีจี โครงการนี้ ได้สนับสนุนเยาวชนให้เรียนรู้ปัญหาในพื้นที่ของตนเอง และนำความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความร่วมมือมาพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น โดย ณตะวัน ได้ดำเนินโครงการที่ชื่อว่า OKAS for ALL เมื่อปี พ.ศ. 2567 เขาเปิดพื้นที่ให้เพื่อนเยาวชนและคนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานจริง ตั้งแต่การเก็บข้อมูลและออกแบบกิจกรรม ไปจนถึงการทำงานร่วมกับคนไร้บ้านและกลุ่มเปราะบาง โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้จากการลงมือทำ การรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการเติบโตไปด้วยกันอย่างเท่าเทียม มูลนิธิเอสซีจี จึงได้ร่วมนำเสนอเรื่องราวความมุ่งมั่นของ ณตะวัน สู่เวทีการพิจารณา The Diana Award 2026

ทุกคน ควรได้รับโอกาสในการตั้งหลักชีวิตอีกครั้ง

ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า เขตเทศบาลนครขอนแก่นมีคนไร้บ้าน 86 คน และมีชุมชนแออัดริมทางรถไฟ 23 ชุมชน รวมกว่า 1,358 ครัวเรือนที่มีคุณภาพชีวิตเปราะบาง ทั้งด้านที่อยู่อาศัย รายได้ และการเข้าถึงอาหาร สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายในการสร้างโอกาสให้ผู้คนที่เผชิญข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและสังคม

จากปัญหาที่พบ ณตะวันจึงริเริ่มโครงการ “OKAS for ALL” โดยมีความเชื่อว่า “ทุกคนสมควรได้รับโอกาสในการตั้งหลักชีวิตอีกครั้ง” โครงการมุ่งสร้างโอกาสให้คนไร้บ้านและกลุ่มเสี่ยงไร้บ้านเข้าถึงงานที่เหมาะสม ผ่านการพัฒนาทักษะและระบบประสานงานจ้างงานที่เป็นธรรม เพื่อให้พวกเขามีรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น

สิ่งที่ทำให้ OKAS for ALL แตกต่าง คือการเปิดโอกาสให้คนไร้บ้านมีส่วนร่วมตั้งแต่การทำความเข้าใจปัญหา ออกแบบกิจกรรม ไปจนถึงการพัฒนากิจการเพื่อสังคมและการทำงานภาคสนาม ณตะวันไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้ให้ความช่วยเหลือ แต่ทำงานเคียงข้างคนไร้บ้านในฐานะ “เพื่อนร่วมสร้าง” พร้อมพัฒนาสมาชิกที่ผ่านการจ้างงานให้เติบโตเป็นหัวหน้างาน เพื่อร่วมดูแลและขยายโอกาสไปสู่คนอื่น ๆ ต่อไป

56 ครั้งของการจ้างงาน สร้างรายได้และโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่

ปัจจุบัน OKAS for ALL มีสมาชิก 46 คน เกิดการจ้างงาน 56 ครั้ง สร้างรายได้รวม 103,383 บาท สมาชิกได้รับโอกาสทำงานและพัฒนาทักษะ หลายคนสามารถนำรายได้ไปเช่าที่พักอาศัยด้วยตนเอง และเริ่มสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตอีกครั้ง

นอกจากการประสานงานจ้างงานผ่าน Facebook Page แล้ว โครงการยังพัฒนาแผนกิจการเพื่อสังคมที่คนไร้บ้านมีส่วนร่วมออกแบบ โดยมีเป้าหมายต่อยอดสู่แพลตฟอร์มจ้างงานที่คนในชุมชนสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ขณะเดียวกัน ณตะวันยังขับเคลื่อนการรณรงค์ผ่านสื่อและกิจกรรมสาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ต่อคนไร้บ้าน และชวนให้ชุมชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานท้องถิ่นมองเห็นศักยภาพของคนกลุ่มนี้ แทนการตัดสินจากสถานะหรือข้อจำกัดที่พวกเขาเผชิญ โดยย้ำแนวคิดสำคัญว่า “คนไร้บ้านไม่ใช่ภาระ แต่คือแรงงานที่มีคุณค่า”

ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ได้อยู่เพียงจำนวนงานหรือรายได้ที่เกิดขึ้น แต่ยังอยู่ที่การสร้างความเชื่อมั่นให้คนที่เคยถูกมองข้ามได้กลับมาเห็นคุณค่าและศักยภาพของตนเอง พร้อมเปิดมุมมองให้คนในสังคมเห็นว่า การสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมสามารถเริ่มต้นได้จากคนธรรมดาที่ไม่เลือกนิ่งเฉยต่อปัญหา

การได้รับรางวัล The Diana Award 2026 ของณตะวันจึงเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเยาวชนไทย และสะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ที่ลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงจากชุมชนของตนเอง พร้อมส่งต่อแนวคิดสำคัญว่า การสร้างสังคมที่ดีขึ้นไม่ใช่เพียงการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ใครบางคน แต่คือการร่วมกันสร้างโอกาส เพื่อให้ทุกคนมีพื้นที่ยืนได้อย่างมีศักดิ์ศรี

“จากการได้ทำงานร่วมกับพี่น้องคนไร้บ้านและกลุ่มเสี่ยงไร้บ้าน ทำให้ผมได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตของพวกเขามากขึ้น ผมพบว่าหลายคนมีศักยภาพและความพร้อมที่จะทำงาน เพียงแต่ยังขาดโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม สิ่งสำคัญที่ผมได้เรียนรู้คือ เราต้องเชื่อมั่นในตัวเขาก่อนว่า ทุกคนสามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ เพราะงานไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างคุณค่าและศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิต การได้รับรางวัล The Diana Award ในครั้งนี้ ถือเป็นความภาคภูมิใจและกำลังใจสำคัญสำหรับผมและทีมงาน OKAS for ALL ที่ทำให้เห็นว่าสิ่งที่เราตั้งใจทำมีความหมาย และเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นสานต่อโครงการต่อไป ผมหวังว่า OKAS for ALL จะสามารถสร้างโอกาสให้พี่น้องคนไร้บ้านและกลุ่มเสี่ยงไร้บ้านได้มากขึ้น ให้พวกเขามีอาชีพ มีรายได้ สามารถพึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีคุณค่า และทุกคนควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่” ณตะวัน กล่าวอย่างภาคภูมิใจ

มูลนิธิเอสซีจีขอแสดงความยินดีกับน้องณตะวัน และชื่นชมในแนวคิด ความมุ่งมั่น และความตั้งใจในการลงมือสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม เชื่อมั่นว่าเรื่องราวของน้องณตะวันและทีมงาน OKAS for ALL จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนอีกหลายคนกล้าที่จะคิดริเริ่มและลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง

ความสำเร็จของณตะวันในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของตัวน้องและทีมงาน OKAS for ALL แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงพลังของคนรุ่นใหม่ที่สามารถนำความคิด ความรู้ และความตั้งใจ มาสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีคุณค่าต่อสังคม และสะท้อนให้เห็นว่า เมื่อเยาวชนได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม พวกเขาสามารถเติบโตเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้นได้ มูลนิธิเอสซีจีหวังว่าเรื่องราวและความสำเร็จของต้นกล้าชุมชนณตะวัน จะเป็นอีกหนึ่งพลังที่ช่วยจุดประกายให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะคิดริเริ่มและลุกขึ้นมามีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป