มูลนิธิเอสซีจี ได้รับ รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์แก่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำปี 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจและเป็นกำลังใจสำคัญในการสานต่อภารกิจด้านการสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง รางวัลอันทรงคุณค่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาเพราะมูลนิธิเอสซีจีเชื่อว่า ทุกความร่วมมือ คือพลังที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง และความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของเครือข่ายพันธมิตรที่มีเป้าหมายเดียวกันในการสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนไทย ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน มูลนิธิเอสซีจี ยึดมั่นในการสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต และส่งเสริมศักยภาพของเด็กและเยาวชนให้สามารถเติบโตเป็นทั้ง “คนเก่งและคนดี” พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน
มูลนิธิเอสซีจี ร่วมกับ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “สร้างคอนเทนต์ปัง สร้างอาชีพด้วย AI 2026” เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้ AI ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การตลาดออนไลน์ และการสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง โดยมีเยาวชนเข้าร่วมอบรมกว่า 60 คน ณ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จังหวัดร้อยเอ็ด ภายในหลักสูตร ผู้อบรมได้เรียนรู้การใช้ AI เพื่อสร้างภาพและวิดีโอ การวางแผนและผลิตคอนเทนต์สำหรับแพลตฟอร์มออนไลน์ เทคนิคการสร้างยอดขายผ่าน TikTok รวมถึงการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ และทดลองไลฟ์สด ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้จากทีมผู้เชี่ยวชาญของโกลบอลเฮ้าส์ เพื่อเสริมสร้างทักษะที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกการทำงานในยุคดิจิทัล ซึ่งน้องๆ สามารถนำทักษะไปใช้งานจริงได้ทันที และได้รับโอกาสจากบริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ในการสมัครงานด้วย ความร่วมมือครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมให้ผู้อบรมได้ร่วมพัฒนาทั้งทักษะ Hard Skills และ Soft Skills ควบคู่กับการสร้าง Self-Awareness หรือการรู้จักและเข้าใจศักยภาพของตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเลือกพัฒนาทักษะต่อยอดความสามารถ
บางครั้ง จุดเปลี่ยนของชีวิต เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “เราเป็นใคร” “เด็กหนุ่มสองคนจากต่างจังหวัด ต่างเติบโตมาท่ามกลางข้อจำกัดของชีวิตและต่างเคยตั้งคำถามเดียวกันว่า “อนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร” คนหนึ่งเคยกังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อหลังจบชั้นมัธยมต้น ขณะที่อีกคนยังไม่รู้ว่าความฝันของตัวเองคืออะไรจนกระทั่งวันหนึ่งได้พบกับแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต วันนี้ “นัท” จักรกฤษ บุญมี ได้เข้าสู่วิชาชีพสถาปนิกอย่างเต็มตัว ส่วน “ดีน” ซอลาฮูดดีน ต่วนลอเซ็ง กำลังทำงานในตำแหน่ง Aircraft Mechanic 3 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทั้งสองคนคือรุ่นพี่นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจีที่กลับมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตให้กับรุ่นน้องในกิจกรรม “ติดอาวุธโค้งสุดท้าย” เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง แม้เส้นทางชีวิตจะแตกต่างกัน แต่บทเรียนสำคัญที่ทั้งคู่ส่งต่อกลับเหมือนกัน นั่นคือ “การรู้จักตัวเอง” หรือ Self-Awareness เมื่อรู้จักตัวเอง เราจะมองเห็นเส้นทางที่เหมาะกับเรา สำหรับนัท เส้นทางสู่การเป็นสถาปนิกไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม แต่เริ่มต้นจากความยากลำบาก นัทเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนในจังหวัดสระบุรี บ้านที่ทรุดโทรม คุณยายเป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของครอบครัว ขณะที่สมาชิกในบ้านหลายคนต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก จนมีช่วงเวลาหนึ่งที่คุณยายไม่สามารถส่งเสียให้เรียนต่อได้ ความกลัวว่าจะต้องหยุดเรียน ทำให้นัทนั่งร้องไห้อยู่ในโรงเรียน เพราะไม่อยากปล่อยให้ความฝันของตัวเองจบลงเพียงแค่ชั้นมัธยมต้น ก่อนที่โอกาสจากทุนการศึกษาของมูลนิธิเอสซีจีจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของนัท ที่จะค้นหาว่า “ตัวเองอยากเป็นใคร” และ “อยากเดินไปทางไหน” จากความชอบ ความถนัดด้านศิลปะ การออกแบบ
🌱 เปิดรับสมัครแล้ว! “ต้นกล้าชุมชน” โดยมูลนิธิเอสซีจี รุ่นที่ 8️⃣ นักพัฒนาชุมชนคนรุ่นใหม่ ร่วมขับเคลื่อนและพัฒนา ก้าวที่กล้าเพื่อชุมชน 😃 กลับมาอีกครั้งแล้ว! ขอเชิญชวนคนรุ่นใหม่ที่มีไฟและพร้อมที่จะกลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน สมัครร่วมเป็นครอบครัวต้นกล้าชุมชน รุ่นที่ 8 📌 คุณสมบัติผู้สมัคร: ต้นกล้าชุมชน #มูลนิธิเอสซีจี #เชื่อมั่นในคุณค่าของคน
มูลนิธิเอสซีจี เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ อายุ 13–25 ปี ร่วมแบ่งปันมุมมอง ถ่ายทอดเรื่องราวการค้นพบตัวเอง ผ่านโครงการประกวดคลิปสั้น Know Yourself Challenge ภายใต้หัวข้อ “สิ่งที่ฉันเพิ่งรู้เกี่ยวกับตัวเอง และมันเปลี่ยนฉันยังไง” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความฝัน ความกลัว ความผิดพลาด หรือบทเรียนชีวิต ทุกเรื่องราวเล็กๆ อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ใครอีกหลายคนได้กลับมาทบทวน เข้าใจ และรู้จักตัวเองมากขึ้นผ่านคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 2 นาที มูลนิธิเอสซีจี เชื่อว่า Self-Awareness หรือการรู้จักตัวเอง คือหนึ่งในทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและแรงกดดัน เพราะเมื่อเราเข้าใจความคิด ความรู้สึก และข้อจำกัดของตัวเองได้ดีขึ้น ก็จะสามารถตัดสินใจวางเส้นทางชีวิต และเติบโตได้อย่างมั่นคงมากขึ้นผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 25,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรโดยมูลนิธิเอสซีจี เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 1–30 มิถุนายน 2569 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/scgfoundation
มูลนิธิเอสซีจี เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ อายุ 13–25 ปี ร่วมแบ่งปันมุมมอง ถ่ายทอดเรื่องราวการค้นพบตัวเอง ผ่านโครงการประกวดคลิปสั้น Know Yourself Challenge ภายใต้หัวข้อ “สิ่งที่ฉันเพิ่งรู้เกี่ยวกับตัวเอง และมันเปลี่ยนฉันยังไง” ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความฝัน ความกลัว ความผิดพลาด หรือบทเรียนชีวิต ทุกเรื่องราวเล็กๆ อาจกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ใครอีกหลายคนได้กลับมาทบทวน เข้าใจ และรู้จักตัวเองมากขึ้นผ่านคลิปวิดีโอความยาวไม่เกิน 2 นาที มูลนิธิเอสซีจี เชื่อว่า Self-Awareness หรือการรู้จักตัวเอง คือหนึ่งในทักษะสำคัญของคนรุ่นใหม่ในโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและแรงกดดัน เพราะเมื่อเราเข้าใจความคิด ความรู้สึก และข้อจำกัดของตัวเองได้ดีขึ้น ก็จะสามารถตัดสินใจวางเส้นทางชีวิต และเติบโตได้อย่างมั่นคงมากขึ้นผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 25,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรโดยมูลนิธิเอสซีจี เปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 1–30 มิถุนายน 2569 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/scgfoundation
เร็วๆ นี้ มูลนิธิเอสซีจี จัดค่าย “ติดอาวุธโค้งสุดท้าย เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนทุนฯ จำนวน 60 คน สู่โลกการทำงานจริง ผ่านกิจกรรมที่มุ่งเสริมทักษะ เพื่อการทำงาน ทั้ง Hard skills และ Soft skills ตั้งแต่การค้นหาตัวเอง (Self-Awareness) การวางเป้าหมายชีวิต การพัฒนาบุคลิกภาพ การจำลองสัมภาษณ์งานจริง และความรู้ด้าน AI กับพี่ๆ เอสซีจี ตลอดจนการเรียนรู้เรื่อง Financial Literacy กับผู้เชี่ยวชาญจากธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความมั่นใจและเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการการเงินก่อนก้าวสู่วัยทำงาน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือกิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ชีวิต จากรุ่นพี่นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี ที่มาร่วมค้นหาตัวเอง และเส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้รุ่นน้องเห็นว่า โอกาสทางการศึกษาสามารถต่อยอดสู่อนาคตที่มั่นคงได้จริง มูลนิธิเอสซีจี เชื่อว่าการสร้าง “คน” ไม่ได้หมายถึงเพียงการสนับสนุนด้านการศึกษา แต่คือการช่วยให้เยาวชนค้นพบศักยภาพของตนเอง เติบโตเป็นทั้ง “คนเก่งและคนดี” มีความมั่นใจ สามารถพึ่งพาตนเองได้ และพร้อมเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โดยกิจกรรมนี้ คืออีกหนึ่งพื้นที่การเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนทุนฯ ได้ทั้งความรู้ ทักษะ และแรงบันดาลใจ ก่อนออกเดินทางสู่บทใหม่ของชีวิตอย่างมั่นใจ
มูลนิธิเอสซีจี นำโดย คุณชุติพันธ์ เสริมสวัสดิ์ กรรมการและผู้จัดการ มอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 จำนวน 9 ทุน แก่บุตรผู้บำเพ็ญประโยชน์ เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่บุตรหลานของสื่อมวลชน พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ครอบครัวของผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคม ผ่านการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาที่จะช่วยสร้างอนาคตและการเติบโตอย่างยั่งยืน ทุนการศึกษาดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของมูลนิธิเอสซีจีในการสนับสนุนการศึกษา ในฐานะรากฐานสำคัญของชีวิต และเชื่อมั่นว่า “โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในระยะยาว เบื้องหลังข่าวสารที่เกิดขึ้นในทุกวัน คือความทุ่มเทของผู้ทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชนด้วยความรับผิดชอบและจริยธรรม มูลนิธิเอสซีจีจึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อกำลังใจและตอบแทนคุณค่าของผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ผ่านการสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรหลานของสื่อมวลชนมูลนิธิเอสซีจีมุ่งหวังว่า ทุนการศึกษานี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญ ที่ช่วยเปิดโอกาสทางการเรียนรู้ เสริมสร้างศักยภาพ และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่เยาวชนต่อไป
ในวันที่โลกหมุนเร็วขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง เด็กและเยาวชนจำนวนมากกำลังเติบโตท่ามกลางแรงกดดันที่มองไม่เห็น ทั้งจากความคาดหวังทางการเรียน สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงความไม่แน่นอนของอนาคต ซึ่งหลายครั้งพวกเขาต้องเผชิญสิ่งเหล่านี้เพียงลำพังโดยไม่ทันรู้ตัว “หนูไม่ได้เก่งที่สุด แต่หนูเริ่มเข้าใจตัวเองมากขึ้น” ประโยคเรียบง่ายจาก “พัช” หรือ พัชริดา ศรีมานะสกุล นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี สาขาเทคโนโลยีเครื่องนุ่งห่ม วิทยาลัยเทคนิคโพธาราม จังหวัดราชบุรี สะท้อนหัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคนี้ได้อย่างชัดเจน พัชเติบโตมาภายใต้ข้อจำกัดของครอบครัว พ่อแม่แยกทาง และแม่ต้องดูแลลูกถึง 4 คนเพียงลำพัง ความท้าทายทางเศรษฐกิจกลายเป็นแรงกดดันตั้งแต่วัยเด็ก แต่ในอีกมุมหนึ่ง สิ่งเหล่านี้กลับทำให้เธอเริ่มมองเห็นตัวเองชัดขึ้น จากความสนใจด้านการออกแบบและตัดเย็บเสื้อผ้า พัฒนาเป็นทักษะ และต่อยอดสู่เส้นทางที่เลือกเดินอย่างจริงจัง ความเข้าใจในตัวเองกลายเป็นแรงขับสำคัญที่ทำให้พัชฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จนสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1จากการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติ ครั้งที่ 34 ด้านการออกแบบและตัดเย็บผ้าพื้นเมือง ประจำปี 2569 ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการรู้ว่าตนเองมีคุณค่าในแบบใด และจะนำศักยภาพนั้นไปสร้างอนาคตอย่างไร เรื่องราวของพัชไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จเฉพาะบุคคล แต่ยังสะท้อนภาพของเยาวชนจำนวนมากในสังคมที่ต้องเติบโตท่ามกลางแรงกดดันรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภาระค่าใช้จ่าย ความคาดหวังจากครอบครัว หรือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปี 2568 ระบุว่า วัยรุ่นไทยอายุ 15–19 ปี กว่า 30,000 คน
ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การปรับตัวและไม่หยุดที่จะเรียนรู้คือกุญแจสำคัญสู่ความอยู่รอด มูลนิธิเอสซีจี จึงได้ผลักดันแนวคิด “Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด” มาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ร่วมกับ InsKru จัดกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ “Human Library” ขึ้นในงาน InsKru Festival 2025 ที่เปิดพื้นที่ให้คุณครูทั่วประเทศได้พบปะกับ “หนังสือมนุษย์” ตัวจริงจากหลากหลายอาชีพสุดฮอตในโลกปัจจุบัน ที่มาแบ่งปันประสบการณ์ตรง พร้อมเผยเส้นทางอาชีพ และบอกเล่าทักษะที่จำเป็น เพื่อให้คุณครูนำไปจุดประกายเป็นไอเดียให้เด็กรุ่นใหม่ได้เตรียมพร้อมสู่โลกการทำงานในอนาคต เมื่อประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ บางอาชีพที่เคยถูกมองข้ามกลับกลายเป็นอาชีพดาวรุ่งพุ่งแรงด้านสาธารณสุข เช่น ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบำบัด เป็นต้น หรือบางอาชีพที่เติบโตมาสักพักแต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่เมื่อโลกให้ความสำคัญกับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อาชีพ “นักออกแบบการเรียนรู้” ก็กลายเป็นที่ต้องการจากทั้งสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ ที่ต้องการพัฒนาบุคลากร หรือแม้แต่อาชีพสุดล้ำอย่าง “ที่ปรึกษาการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล” ที่ใช้ความรู้ด้านสถิติและเศรษฐศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน ซึ่งแต่ละอาชีพที่มาร่วมงาน Human Library ยังได้มอบมุมมองและแนวคิดดีๆ ที่คุณครูสามารถนำไปถ่ายทอดสู่นักเรียนได้อย่างแน่นอน มะโหนก ศุภวิชช์ สงวนคัมธรณ์ นักออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer) ผู้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท BlackBox ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Visual