Skip to content

จากวันที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร สู่เส้นทางตามฝันของ 2 รุ่นพี่นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี กับบทเรียน Self-Awareness ที่เปลี่ยนชีวิต

Know Yourself, Know your Future

บางครั้ง จุดเปลี่ยนของชีวิต เริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “เราเป็นใคร”

เด็กหนุ่มสองคนจากต่างจังหวัด ต่างเติบโตมาท่ามกลางข้อจำกัดของชีวิต
และต่างเคยตั้งคำถามเดียวกันว่า “อนาคตของตัวเองจะเป็นอย่างไร”

คนหนึ่งเคยกังวลว่าจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อหลังจบชั้นมัธยมต้น ขณะที่อีกคนยังไม่รู้ว่าความฝันของตัวเองคืออะไร
จนกระทั่งวันหนึ่งได้พบกับแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต

วันนี้ “นัท” จักรกฤษ บุญมี ได้เข้าสู่วิชาชีพสถาปนิกอย่างเต็มตัว ส่วน “ดีน” ซอลาฮูดดีน ต่วนลอเซ็ง กำลังทำงาน
ในตำแหน่ง Aircraft Mechanic 3 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 
ทั้งสองคนคือรุ่นพี่นักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี
ที่กลับมาแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตให้กับรุ่นน้องในกิจกรรม “ติดอาวุธโค้งสุดท้าย” เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง แม้เส้นทางชีวิตจะแตกต่างกัน แต่บทเรียนสำคัญที่ทั้งคู่ส่งต่อกลับเหมือนกัน นั่นคือ “การรู้จักตัวเอง” หรือ Self-Awareness

เมื่อรู้จักตัวเอง เราจะมองเห็นเส้นทางที่เหมาะกับเรา
สำหรับนัท เส้นทางสู่การเป็นสถาปนิกไม่ได้เริ่มต้นจากความพร้อม แต่เริ่มต้นจากความยากลำบาก นัทเติบโตมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจนในจังหวัดสระบุรี บ้านที่ทรุดโทรม คุณยายเป็นเสาหลักเพียงคนเดียวของครอบครัว ขณะที่สมาชิกในบ้านหลายคนต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก จนมีช่วงเวลาหนึ่งที่คุณยายไม่สามารถส่งเสียให้เรียนต่อได้

ความกลัวว่าจะต้องหยุดเรียน ทำให้นัทนั่งร้องไห้อยู่ในโรงเรียน เพราะไม่อยากปล่อยให้ความฝันของตัวเองจบลงเพียงแค่ชั้นมัธยมต้น ก่อนที่โอกาสจากทุนการศึกษาของมูลนิธิเอสซีจีจะเข้ามาเปลี่ยนชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของนัท ที่จะค้นหาว่า “ตัวเองอยากเป็นใคร” และ “อยากเดินไปทางไหน”

จากความชอบ ความถนัดด้านศิลปะ การออกแบบ และคณิตศาสตร์ นัทค่อยๆ ค้นพบว่าตัวเองมีความสุขกับงานสร้างสรรค์ จึงเลือกศึกษาต่อด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ พร้อมพัฒนาศักยภาพของตัวเองอย่างต่อเนื่องผ่านการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน

นัทพยายามพิสูจน์ตัวเองผ่านผลงานจริง ระหว่างเรียนเขาเข้าร่วมการแข่งขันด้านการออกแบบและสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบบ้าน เวที MT Design Award มาได้สำเร็จ ความมุ่งมั่นดังกล่าวยังเปิดประตูให้เขาได้รับโอกาสเข้าฝึกงานกับ A49 บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยขัดเกลาทั้งทักษะการออกแบบ วิธีคิด และมาตรฐานการทำงานแบบมืออาชีพตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา

นัทเล่าว่า หนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดก่อนเข้าสู่โลกการทำงาน คือการรู้ว่าตัวเองมีจุดเด่นอะไร เมื่อถึงเวลาสมัครงาน จึงเลือกนำเสนอสิ่งที่ตัวเองถนัด ไม่ว่าจะเป็นทักษะการสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ หรือประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากรั้วมหาวิทยาลัย

“เมื่อเรารู้จักตัวเอง เราจะรู้ว่าควรดึงศักยภาพด้านไหนออกมาให้คนอื่นเห็น” การเข้าใจจุดแข็งของตัวเอง ประกอบกับประสบการณ์และผลงานที่สะสมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลังสำเร็จการศึกษา นัทได้รับการตอบรับเข้าทำงานในสำนักงานออกแบบแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานครภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังยื่นสมัครงาน สะท้อนให้เห็นว่า โอกาสอาจเป็นจุดเริ่มต้น แต่ความพยายามและการรู้จักพัฒนาศักยภาพของตนเอง คือสิ่งที่เปลี่ยนโอกาสนั้นให้กลายเป็นความสำเร็จในชีวิตจริง

โปสเตอร์ใบหนึ่ง เปลี่ยนอนาคตทั้งชีวิต

หากเรื่องราวของนัทเริ่มต้นจากการค้นพบตัวเองผ่านความชอบ เรื่องราวของ “ดีน” กลับเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจ
ที่ไม่คาดคิด ดีนเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกรที่จังหวัดนราธิวาส ในฐานะพี่ชายคนโตของน้องๆ อีก 8 คน ดีนรู้ดีว่าความสำเร็จของตัวเองไม่ได้หมายถึงแค่ชีวิตที่ดีขึ้นของคนคนเดียว แต่หมายถึงโอกาสของทั้งครอบครัว

เดิมทีดีนเรียนในสาขาอิเล็กทรอนิกส์ และสนใจงานด้านโปรแกรมมิ่งเหมือนเด็กอาชีวะทั่วไป จนกระทั่งวันหนึ่งระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนทุนของมูลนิธิเอสซีจี เขาได้หยุดมองโปสเตอร์แนะนำอาชีพใบหนึ่งบนโปสเตอร์นั้นคือภาพของ “ฉัตรไชย ประเสริฐสุข” วิศวกรการบิน ผู้เคยเป็นนักเรียนทุนมูลนิธิเอสซีจี และเป็นหนึ่งในทีมพัฒนาโครงการเครื่องบินโบอิ้ง 747 ที่ประเทศไต้หวัน

สำหรับใครหลายคน นั่นอาจเป็นเพียงเรื่องราวความสำเร็จของรุ่นพี่คนหนึ่ง แต่สำหรับดีน ภาพนั้นกลับทำให้เขาเห็นความเป็นไปได้ของชีวิตตัวเองเป็นครั้งแรก เขาเริ่มคิดว่า หากรุ่นพี่ที่เคยได้รับโอกาสจากทุนการศึกษาเหมือนกัน สามารถก้าวไปสู่สายงานระดับโลกได้ วันหนึ่งเขาเองก็อาจทำได้เช่นกัน

จากความสนใจเพียงเล็กน้อย ดีนเริ่มค้นคว้าข้อมูลด้วยตัวเอง และพบว่าภาษาอังกฤษคือทักษะสำคัญของสายงานนี้ นั่นทำให้ตัดสินใจพาตัวเองออกจากพื้นที่คุ้นเคย ฝึกฝนภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง จนสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันพูดภาษาอังกฤษระดับจังหวัดได้สำเร็จ

เมื่อมองเห็นเป้าหมายชัดเจนขึ้น ดีนจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางการเรียนจากสาขาอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่สาขาช่างอากาศยาน เพื่อขยับตัวเองเข้าใกล้อาชีพในฝันมากขึ้นอีกก้าว

แต่ความฝันไม่ได้เกิดขึ้นจากความตั้งใจเพียงอย่างเดียว ตลอดช่วงเวลาที่ศึกษาอยู่ ดีนทำงานพาร์ทไทม์ควบคู่ไปด้วย ทั้งงานโรงแรม งานบริการ และการขับรถรับส่ง เพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว ขณะเดียวกันก็ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง

เมื่อได้รับโอกาสฝึกงานกับการบินไทย เขาไม่ได้เรียนรู้เพียงจากงานที่ได้รับมอบหมาย แต่ยังสร้างระบบบันทึกประสบการณ์การทำงานของตัวเองผ่านไฟล์ Excel อย่างละเอียด เก็บทุกบทเรียน ทุกปัญหา และทุกความรู้ที่พบเจอ เพื่อใช้เป็นคลังความรู้สำหรับพัฒนาตัวเองในระยะยาว

ความใส่ใจในรายละเอียดและความรับผิดชอบดังกล่าว กลายเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ทำให้ดนเติบโตในสายอาชีพอย่างรวดเร็ว หลังผ่านช่วงสถานการณ์โควิด19 เขาได้รับโอกาสเข้าทำงานกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)ก่อนจะได้รับบรรจุเป็นพนักงานประจำและเติบโตสู่ตำแหน่ง Aircraft Mechanic 3 ในเวลาไม่นาน โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดในอาชีพ คือการได้เป็น Aircraft Flight Engineer หรือ ช่างติดตามเครื่องบิน

อย่าท้อ พยายามให้ถึงที่สุดก่อน แล้วมันจะมีวันหนึ่งที่เป็นของเรา 

สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นไม่ใช่เพียงทักษะด้านช่างอากาศยาน แต่คือทัศนคติในการทำงานที่พร้อมเรียนรู้และช่วยเหลือทีมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร งานประสานงาน หรือการสนับสนุนงานในส่วนอื่นๆ นอกเหนือจากหน้าที่ของตัวเอง

สำหรับดีน การรู้จักตัวเองไม่ได้หมายถึงการรู้ว่าชอบอะไรเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการกล้ายอมรับว่าตัวเองยังขาดอะไร และพร้อมพัฒนาสิ่งนั้นอย่างจริงจัง

จากเด็กหนุ่มที่เคยเห็นอาชีพในฝันผ่านโปสเตอร์เพียงใบเดียว วันนี้เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อโอกาสมาพร้อมกับความพยายาม ความฝันก็สามารถกลายเป็นเส้นทางอาชีพที่จับต้องได้จริง

แม้เส้นทางชีวิตของนัทและดีนจะต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ทั้งคู่ไม่ได้ค้นพบอาชีพของตัวเองจากความบังเอิญ
พวกเขาใช้เวลาเรียนรู้ ทดลอง ลงมือทำ และสำรวจตัวเองอยู่เสมอ จนมองเห็นว่าตัวเองถนัดอะไร มีคุณค่าอะไร
และอยากเติบโตไปในทิศทางใด

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ “Self-Awareness” หรือการรู้จักตนเอง กลายเป็นหัวใจสำคัญของกิจกรรม “ติดอาวุธโค้งสุดท้าย”
ที่มูลนิธิเอสซีจีจัดขึ้นสำหรับนักเรียนทุนก่อนก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง

นอกจากการพัฒนาทักษะด้าน Soft skills การจำลองสัมภาษณ์งาน การเรียนรู้เรื่อง AI และการวางแผนทางการเงินแล้ว กิจกรรมนี้ยังเปิดพื้นที่ให้รุ่นน้องได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของรุ่นพี่ที่เคยเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกัน เพราะบางครั้ง บทเรียนที่มีค่าที่สุด อาจไม่ใช่การรู้ว่าควรทำอะไร แต่คือการรู้ว่าตัวเองเป็นใคร

อนาคตที่ดี เริ่มต้นจากการมองเห็นศักยภาพของตัวเอง

มูลนิธิฯ เชื่อเสมอว่า การสร้างคนไม่ได้หมายถึงเพียงการมอบโอกาสทางการศึกษา แต่คือการช่วยให้เยาวชนค้นพบศักยภาพภายในของตนเอง

เรื่องราวของนัทและดีนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของความสำเร็จจากทุนการศึกษา แต่คือบทพิสูจน์ว่า เมื่อเยาวชนได้รับโอกาส ได้รับการพัฒนาศักยภาพ และได้เรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง พวกเขาย่อมสามารถออกแบบอนาคตของตนเองได้ และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่า การรู้จักตัวเอง (Self-Awareness) อาจเป็นก้าวเล็กๆ แต่สามารถนำไปสู่เส้นทางอาชีพและอนาคตที่ใฝ่ฝันได้จริง