“จิตอาสา”

เปลี่ยนคราบน้ำตาให้เป็นรอยยิ้ม

          เพราะสังคมไทยคือสังคมแห่งการแบ่งปัน ไม่ว่าวิกฤตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร เมื่อคนไทยร่วมมือกัน เสียสละแรงกายแรงใจ เราก็จะผ่านมันไปได้ด้วยรอยยิ้มเสมอ เป็นพลังของการทำความดีโดยไม่หวังผลใดตอบแทน เป็นจิตใจที่มุ่งหวังให้สังคมดีขึ้น และนั่นคือพลังของ ‘จิตอาสา’ นั่นเอง

          ในวิกฤตโควิด-19 นี้ก็เช่นกันที่เราได้เห็นถึงพลังเล็กๆ จากเหล่าจิตอาสาที่ร่วมมือกันเพื่อประคับประคองเพื่อนร่วมสังคมยามลำบาก เป็นการบรรเทาความทุกข์ยากแก่ผู้ด้อยโอกาสกว่า เป็นการส่งต่อพลังบวกและความปรารถนาดีต่อกัน มูลนิธิเอสซีจีเล็งเห็นและมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนจิตสาธารณะเหล่านั้นให้เกิดขึ้นได้จริง เราจึงเป็นสะพานเชื่อมโยงจิตอาสาและความต้องการของผู้ด้อยโอกาสให้ทอดถึงกันผ่านโครงการความร่วมมือจากหน่วยงานในหลายๆ ภาคส่วน อาทิ

โครงการหน้ากากผ้า สร้างเกราะป้องกัน แบ่งปันความห่วงใย

          ในห้วงวิกฤตที่สังคมไทยขาดแคลนหน้ากากอนามัย ไม่ว่าใครก็ต้องการด้วยกันทั้งสิ้น บางคนที่มีโอกาสมากกว่าก็อาจจะหาช่องทางในการซื้อได้ มีหลายคนยอมเสียสละเพื่อให้คนที่มีความจำเป็นกว่า เช่น บุคลากรทางการแพทย์ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่มีแม้แต่ช่องทางหรือกำลังทรัพย์ที่จะจัดหาหน้ากากอนามัยให้ตัวเองและครอบครัวได้

          ด้วยเหตุนี้ทางมูลนิธิเอสซีจีจึงเป็นสื่อกลางในการเชิญชวนจิตอาสา ทั้งพนักงานของเอสซีจีเองและบุคคลทั่วไป มาร่วมกันผลิตหน้ากากผ้าเพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ที่จำเป็นแต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ เริ่มจากพี่น้องร่วมงานใกล้ตัวอาทิ พี่ๆ พนักงานรักษาความปลอดภัย ที่ต้องเป็นด่านหน้าในการพบปะกับผู้ที่เข้ามาติดต่อพี่ๆ แม่บ้านที่ยังคงต้องเข้ามาทำงานทุกวันเพราะเป็นกำลังหลักของครอบครัว และพี่ๆพนักงานเดินเอกสารที่มีความเสี่ยงต้องสัมผัสกับสิ่งของต่างๆมากมาย

          นอกจากนี้ทางมูลนิธิฯ ยังได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจากชุมชนในเครือข่าย“ ต้นกล้าชุมชน” ที่มีจิตอาสาร่วมกันผลิตหน้ากากผ้าในราคาย่อมเยาช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนทำให้ผลิตได้กว่า1,500ชิ้น โดยได้ความร่วมมืออันดีจากThaiPBS ในการส่งต่อหน้ากากผ้าเหล่านี้ไปยังมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก เพื่อมอบให้กับเด็กๆ ที่ไร้บ้านและขาดโอกาส ซึ่งช่วยสร้างรอยยิ้มและความปลอดภัย

          จะเห็นได้ว่าจากแค่จิตอาสาของคนไม่กี่คนที่อยากช่วยเหลือคนอื่นก็สามารถรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ เป็นรอยยิ้ม เป็นกำลังใจที่เราได้มอบให้แก่กัน

โครงการปันโอกาส

          อีกหนึ่งโครงการ ที่มูลนิธิเอสซีจีส่งเสริมเรื่องจิตอาสาต่อเนื่องมากว่า 14 ปี นั่นคือ ’ปันโอกาส’ เปิดโอกาสให้พนักงานเอสซีจีนำเสนอโครงการเพื่อสังคมในมิติต่างๆ เพราะเราเชื่อว่าประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่แตกต่างของบุคลากร สามารถต่อยอดการแบ่งปันทางสังคมได้หลากหลายและครอบคลุมอย่างยั่งยืนแม้จะเกิดวิกฤตโควิด-19 แต่จิตอาสายังคงอยู่ใน DNA ซึ่งเหล่าพนักงานได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการ โดยมุ่งเน้นเพื่อช่วยเหลือสังคมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นหลักเช่นการส่งเสริมอาชีพ การทำเกษตรที่ให้ผลเร็วเป็นต้น

          ทุกโครงการที่เกิดขึ้นจะเดินหน้าได้มิใช่แค่แรงผลักดันหรือแรงสนับสนุนของมูลนิธิเอสซีจีเท่านั้น แต่ความสำเร็จทั้งหมดเกิดจากพลังเล็กๆ ของเหล่าจิตอาสา ที่ลงทั้งแรง ลงทั้งใจ ทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างไม่ย่อท้อ ฝ่าฟันอย่างไม่หวังสิ่งใดตอบแทน

          เราเชื่อว่าสังคมจะเดินหน้าได้ไม่ใช่แค่มิติของการพัฒนา แต่หมายถึงความสุขที่เราทุกคนกำลังจับมือและเดินไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะมีปัญหาหนักหนาเพียงใด และที่สำคัญเราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเรา และเราเชื่อว่าคนทุกคนล้วนมีศักยภาพที่จะก้าวข้ามวิกฤตต่างๆได้ หากมีกำลังใจ และเชื่อมั่นในคุณค่าของตัวเอง

…เพราะการเสียสละก่อเกิดวงล้อแห่งการแบ่งปัน
และเพราะการแบ่งปันสร้างความสุขไม่รู้จบ…