มูลนิธิเอสซีจี

“สู้ภัยโควิด-19”

เปลี่ยนวิกฤตให้เป็น

“พลังแห่งความร่วมมือ”

  • สถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทย

    Update ข้อมูลวันที่ 2022-01-19

ผู้ป่วยรายใหม่
วันนี้

+7,122

ราย

( 7,122 ราย )

หายป่วยแล้ว

 

2,241,363

ราย

( +7,460 ราย )

ผู้ป่วยยืนยัน
สะสม

2,344,933

ราย

( +7,122 ราย )

เสียชีวิต

 

21,968

ราย

( +12 ราย )

ดูข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia

นวัตกรรมห้องเอกซเรย์โมดูล่าร์
เกราะป้องกันนักรบด่านหน้าสู้โควิด-19 แห่งแรกของไทย

           ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับสงครามโรคระบาดที่มี
ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 มากกว่าหมื่นคนต่อวัน เตียงสำหรับรองรับผู้ป่วย
ทั้งในโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนจึงไม่เพียงพอจนต้องเพิ่มโรงพยาบาลสนาม ถึงแม้ว่าจะขยายโรงพยาบาลสนามและมีเครื่องช่วยหายใจที่เพียงพอแต่จำนวนบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งเปรียบเสมือนนักรบด่านหน้าที่ทำหน้าที่ต่อสู้กับโรคระบาด ไม่สามารถขยายเพิ่มได้

Asset 1

มูลนิธิเอสซีจีเดินหน้ามอบเกราะป้องกันโควิด-19 ระลอกใหม่ให้เหล่านักรบชุดขาว และผู้ที่ได้รับผลกระทบ

           การระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อในคลัสเตอร์ แรงงานต่างด้าวโดยผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการซึ่งทำให้เกิดการแพร่ระบาดสู่ผู้อื่นได้ง่าย อีกทั้งแรงงานต่างด้าวพักอยู่รวมกันอย่างแออัดจึงเกิดการติดเชื้อจำนวนมาก ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยสะสมกว่า 27,494 คน (ยอด ณ วันที่ 18 มีนาคม 2564) และกระจายไปกว่า 30 จังหวัด

กระทรวงสาธารณสุข สยามไบโอไซเอนซ์ เอสซีจี
และแอสตร้าเซนเนก้า ผนึกกำลังผลิตวัคซีนโควิด-19
สำหรับไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตั้งเป้าพร้อมใช้กลางปีหน้า

          กระทรวงสาธารณสุข สยามไบโอไซเอนซ์ เอสซีจี และแอสตร้าเซนเนก้า บริษัทผู้ผลิตชีวภัณฑ์ชั้นนำสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ร่วมลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent) ในการผลิตและจัดสรรวัคซีนวิจัยป้องกันโควิด-19 AZD1222 ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอ็อกซฟอร์ด

ส่งมอบความห่วงใย สร้างการตระหนักรู้
ให้เด็กไทยห่างไกลโควิด

           มูลนิธิเอสซีจีและมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์เล็งเห็นถึงความสำคัญของเด็กไทยในช่วงวิกฤตโควิด-19 เพราะเด็กเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย จึงร่วมกันจัดโครงการ “เด็กไทยสู้ภัยโควิด” (Thai Kids Fight COVID) เพื่อให้เด็กเรียนรู้การป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโควิด-19 โดยเริ่มต้นด้วยการส่งมอบหน้ากากผ้า 100,000 ชิ้น ให้กับเด็ก

เรียนรู้ ป้องกัน “เด็กไทยสู้ภัยโควิด”

           เด็กเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 ได้ง่าย จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่และการป้องกันเป็นพิเศษ หลังจากเริ่มเปิดภาคเรียนเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม แต่ละโรงเรียนมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยให้เด็กนักเรียนสวมหน้ากากอนามัย ระหว่างที่อยู่ในโรงเรียน ล้างมือบ่อยๆ

Asset 1

ร่วมติดอาวุธและเกราะป้องกันให้เหล่านักรบเสื้อขาว
ด้วยนวัตกรรมป้องกันโควิด-19

           หากเปรียบการต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นยุทธศาสตร์การรบกับศัตรูที่มองไม่เห็นและไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน ทหารด่านหน้าที่ต้องต่อสู้
ก็คือ ‘บุคลากรทางการแพทย์’ ซึ่งต้องรับมือการตรวจและคัดกรองผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง ก่อนส่งต่อเพื่อการรักษาเฉพาะในขั้นตอนต่อไป

มาทำความรู้จักกับนวัตกรรมป้องกันโควิด-19

          มูลนิธิเอสซีจีมีความห่วงใยบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่ง จึงร่วมมือกับเอสซีจี เพื่อออกแบบและพัฒนานวัตกรรมป้องกันโควิด-19 เพื่อช่วยให้สามารถปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ และคนไทยให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้แก่

Asset 9

อสม. กองกำลังชุมชนสู้ศึกโควิด-19

          จากการที่ประเทศไทยมีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลดลงอย่างต่อเนื่อง อันเกิดจากความร่วมมือของคนไทยและทุกภาคส่วน นอกจากนี้ยังมีบุคลากรอีกหนึ่งกลุ่มสำคัญนั้นคือ อสม. หรือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในการลงพื้นที่ค้นหากลุ่มเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง

“จิตอาสา” เปลี่ยนคราบน้ำตาเป็นรอยยิ้ม

           เพราะสังคมไทยคือสังคมแห่งการแบ่งปัน ไม่ว่าวิกฤตที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร เมื่อคนไทยร่วมมือกัน เสียสละแรงกายแรงใจ เราก็จะผ่านมันไปได้ด้วยรอยยิ้มเสมอ เป็นพลังของการทำความดีโดยไม่หวังผลใดตอบแทน
เป็นจิตใจที่มุ่งหวังให้สังคมดีขึ้น และนั่นคือพลังของจิตอาสานั่นเอง

ห่วงใย แบ่งปัน สร้างกำลังใจไม่สิ้นสุด

           ในภาวะวิกฤตโควิด-19 มีคนมากมายที่ได้รับผลกระทบ บ้างตกงาน บ้างถูกลดเงินเดือน บ้างเจ็บป่วย บางคนหมดหวัง หมดกำลังใจในการเดินหน้าไปต่อ แต่ท่ามกลางความหมดหวังเหล่านั้น กลับมีน้ำใจหยิบยื่นมาให้ ทำให้อย่างน้อยเราก็รู้ว่า….คนไทยไม่เคยทิ้งกัน และพร้อมจะดูแลซึ่งกันและกัน เริ่มจากดูแลคนใกล้ตัว

แอลกอฮอล์และเฟสชิลด์
บอร์ดี้การ์ดในความปกติใหม่ (New Normal) สู้ภัยโควิด-19

          นับแต่การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก อุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยป้องกันเชื้อโรค โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ล้างมือ (Alcohol Hand sanitizer) และหน้ากากป้องกันใบหน้า (Face Shield) ได้กลายมาเป็นสิ่งสำคัญแห่งความปกติใหม่ (New Normal)

Asset 10
previous arrow
next arrow
Slider

          สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่รุนแรงในประเทศไทยขณะนี้นอกจากบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันอย่างหนักมากขึ้นแล้ว ประชาชนคนไทยเองก็ต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุดอย่าการ์ดตกเพื่อป้องกันการติดเชื้อและไม่ให้การแพร่ระบาดขยายตัว ทั้งนี้แม้จะปฏิบัติดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด แต่ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อโควิด-19 โดยที่ไม่แสดงอาการ จึงไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อมาจากที่ใด เมื่อไปตรวจหาเชื้อแล้วผลยืนยันออกมาว่าติดเชื้อโควิด-19 อย่าตื่นตระหนกให้ตั้งสติและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเข้ารับการรักษาในลำดับต่อไป

รู้ไว้ปลอด (ภัย)

โควิด

          ขณะนี้คนไทยกำลังให้ความสนใจกับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 และมีความตื่นตัวในการลงทะเบียนจองคิวเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 กันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้หลายคนลืมเรื่องการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอื่น ๆ ที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการฉีดวัคซีนโควิด-19 อาทิ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ต้องฉีด 1 เข็มทุกปี หรือวัคซีนโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัส กลุ่มเชื้อแบคทีเรียซึ่งมีจำนวนหลายสายพันธุ์ที่ก่อโรคปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และติดเชื้อในกระแสเลือด ถ้าโรคนี้เกิดขึ้นในผู้สูงอายุแล้วเป็นชนิดที่รุนแรงก็จะทำให้เสียชีวิตได้ ปัจจุบันมีข้อแนะนำให้ฉีดวัคซีนนี้ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

          ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านหน้าที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยทั้งภาครัฐและเอกชนไปแล้วตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา และสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 โรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวานและโรคอ้วน รวมถึงกลุ่มบุคคลทั่วไปที่มีความประสงค์การฉีดวัคซีนโควิด-19 จะได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป