“ ฝีมือชน ”
ผู้ที่เป็นนักคิดและนักปฏิบัติที่เชี่ยวชาญในสายวิชาชีพผ่านการเรียนรู้จาก ประสบการณ์หรือสถาบันอาชีวะ ซึ่งเป็นกําลังสําคัญ ในการพัฒนาชาติไทย
  • การศึกษาคือ
  • การพัฒนาคน
การส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษานับเป็นภารกิจหนึ่งที่สําคัญ ของมูลนิธิเอสซีจี ตามแนวทางการพัฒนา ‘คน’ ให้เป็น ‘คนเก่งและดี’ โดยเราเชื่อว่าการให้ ความสนับสนุนทางการศึกษานั้นเป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมและตรงจุด เพราะการศึกษาเป็น เครื่องมือในการพัฒนาคนและนําไปสู่ความสําเร็จ

มูลนิธิเอสซีจีตระหนักถึงความสําคัญของการสร้างบุคลากรสายช่าง โดยเล็งเห็น ว่าพวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กอาชีวะ แต่เขาคือผู้มุ่งมั่นสร้างความฝันด้วยสมองและสองมือ คือผู้ที่มีทักษะและ ประสบการณ์งานช่างที่ถูกปลูกฝังมาแต่แรกเริ่มจนมีความเชี่ยวชาญ

“ฝีมือชน” ผู้ที่เป็นนักคิดและนักปฏิบัติที่เชี่ยวชาญในสายวิชาชีพ ผ่านการเรียนรู้จาก ประสบการณ์หรือสถาบันอาชีวะ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาชาติไทย อีกทั้งปัจจุบันมีความต้องการบุคลากรสายช่างปีละกว่า 190,000 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี  ในขณะที่ผู้เรียน จบสายช่างไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดอุตสาหกรรมในปัจจุบัน  โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยกําลังก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน  (AEC )

การเรียนอาชีวะจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สดใสของผู้เรียนในการประกอบ อาชีพในอนาคต และประเทศไทยเองก็มีสถาบันอาชีวศึกษาชั้นนําอยู่หลายแห่ง ซึ่งล้วนแต่ผลิต บุคลากรคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทุกระดับทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมซึ่ง ต้องการบุคลากรมีฝีมือที่จบ ปวช. และ ปวส. เป็นจํานวนมาก เนื่องจากมีทักษะความสามารถเป็นที่ยอมรับ สามารถปฏิบัติงานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าคนส่วนใหญ่จะมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการ เรียนอาชีวะ แต่ในความเป็นจริงแล้วมีเด็กไม่ถึง 1% จากนักเรียน อาชีวะทั้งหมดที่ทําให้เกิดกระแสข่าวในแง่ลบ หากแต่เด็กที่เรียนในสาย ช่างส่วนใหญ่มีความรับผิดชอบ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ฝึกฝนปฏิบัติ สร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมต่างๆ มากมายจนสามารถสร้างชื่อ เสียงให้กับประเทศไทยในเวทีระดับนานาชาติไม่น้อย การเรียน อาชีวศึกษาจึงเป็นสายอาชีพที่ดี มีเกียรติเช่นเดียวกับอาชีพอื่นๆ

มูลนิธิเอสซีจีเล็งเห็นโอกาสของบุคลากรที่เรียนอาชีวศึกษาจึงได้จัดทําโครงการ "ฝีมือชน คนสร้างชาติ" เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาในสายอาชีวะ โดยเริ่มสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีสามารถศึกษาต่อในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาช่างอุตสาหกรรมได้ โดยทุนนี้เป็นทุนให้เปล่า ไม่มีภาระผูกพันต้องใช้คืนแล้ว ยังเป็นทุนต่อเนื่องไปจนสําเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาช่างอุตสาหกรรมอีกด้วย

นอกจากการมอบทุนการศึกษาแล้ว มูลนิธิเอสซีจียังได้มุ่งทําการสื่อสารให้สังคมมีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อการเรียนสายอาชีพ เพื่อให้เยาวชนไทยเห็นถึงโอกาสของผู้เรียนสายอาชีวะ นําไปสู่การมีทัศนคติที่ดี รวมถึงการเพิ่มจํานวนของผู้เรียนในสายนี้ให้มากขึ้น นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังสร้างความตระหนักกับพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูแนะแนว สื่อมวลชน ถึงข้อดีของการเรียนสายอาชีพ อันได้แก่ สายอาชีวะมีสาขาให้เลือกเรียนอย่างหลากหลาย ผู้เรียนสามารถมีรายได้ระหว่างเรียน หางานง่าย มีทักษะอาชีพติดตัว เป็นเจ้าของกิจการได้ โยกย้ายไปทํางานต่างประเทศได้ง่าย มีรายได้สูงหากเป็นช่างฝีมือ หรือจะเรียนต่อปริญญาตรี โท เอก ก็สามารถทําได้ ซึ่งความตระหนักนี้จะนําไปสู่การสนับสนุนให้สังคมไทยมีค่านิยมที่ดีต่อเรื่องการสายอาชีวะ เพราะการเรียนสายนี้ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทําให้ผู้เรียนสามารถประสบความสําเร็จในชีวิตได้ไม่ยาก ประเทศไทยเองก็จะมีบุคลากรสําคัญและเป็นฟันเฟืองที่สําคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

มูลนิธิเอสซีจีเล็งเห็นโอกาสของบุคลากรที่เรียนอาชีวศึกษาจึงจัดทำโครงการ
“ ฝีมือชน คนสร้างชาติ ” เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาในสายอาชีวะ โดยเริ่มสนับสนุนทุนการศึกษาตั้งแต่ปี 2556 เป็นจํานวน 500 ทุน
และในปี 2557 มอบทุนจํานวน 250 ทุน
ร่วมสร้างชาติไปกับมูลนิธิเอสซีจี
มูลนิธิเอสซีจี ตระหนักถึงความสําคัญของการสร้างบุคลากรในสายช่าง โดยเล็งเห็นว่า พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กอาชีวะ แต่เขาคือผู้มุ่งมั่นสร้างความฝันด้วยสมองและสองมือ
Copyright © 2013-2014 The SCG Foundation. All Rights Reserved.